คนกำลังขอพรที่วัดในจังหวัดเชียงใหม่

 

ใครกำลังว้าวุ่นใจ มองหาที่ทำงานใหม่ หรือสมัครไปแล้วอยากได้งานนั้นมาทางนี้ เพราะหรีด ณ วัดไปสืบเสาะ และคัดเลือก 5 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่หลายคนคอนเฟิร์มกันเยอะมาก ๆ ว่ามาของานที่นี่ไม่มีผิดหวัง! ของานเป็นได้งาน ขอให้ประสบความสำเร็จหรือค้าขายดีก็ได้เหมือนกัน เรียกได้ว่าเป็นที่ ๆ มีคนมาบนละแก้บนกันจนอุ่นหนาฝาคั่ง ควันธูปลอยฟุ้งเลยค่ะ ไม่ใช่แค่พนักงานทั่วไปนะคะ เพราะคนที่มาเนี่ยมีไปจนถึงระดับผู้บริการเลยก็มีค่ะ

เราไปดูกันเลยดีกว่าว่า สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นที่พึ่งทางใจของใครหลายคนจะมีที่ไหนกันบ้าง

 

ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร

ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร เขตพระนคร

ถ้าพูดถึงสถานที่ขอพร ตัวเลือกแรก ๆ ที่ทุกคนนึกถึงจะต้องเป็นศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ ใช่ไหมล่ะคะ ที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องของการงานค่ะ ใครที่อยากให้งานก้าวหน้า ประสบความสำเร็จ มาที่นี่ได้สมหวังกันแน่นอน ยืนยันจากหลายคนที่ไปขอพรแล้วก็แก้บนกันไปหลายรายแล้วค่ะ

ซึ่งประวัติคร่าว ๆ ของที่นี่ก็คือเป็นศาลหลักเมืองที่สร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2325 สมัยรัชกาลที่ 1 พร้อม ๆ กับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีค่ะ เพราะตามความเชื่อของทางพราหมณ์บอกไว้ว่า ก่อนจะสร้างเมืองก็ต้องทำพิธียกเสาหลักเมืองในจุดที่เรียกว่าเป็นชัยภูมิสำคัญของเมือง จะได้เป็นศิริมงคลกับเมืองและผู้คนในเมืองนั้น ๆ

อุปกรณ์ในการไหว้: ธูป 3 ดอก, เทียน 1 เล่ม, ผ้าแพร 3 สี, และดอกบัว
ที่ตั้ง : บริเวณสนามหลวง ตรงข้ามกับพระบรมมหาราชวัง ถนนหลักเมือง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร จ.กรุงเทพ
เวลาทำการ: ทุกวันเวลา 6.30 น.-18.30 น.

ที่มา: https://bangkokcitypillarshrine.com/Content/History

 

ศาลเจ้าพ่อเสือ

ศาลเจ้าพ่อเสือบริเวณเสาชิงช้า เขตพระนคร

 

มีศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ ไปแล้ว อีกหนึ่งศาลที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือศาลเจ้าพ่อเสือค่ะ สำหรับใครที่มีเชื้อสายจีนเรามั่นใจว่าคุณจะต้องคุ้นชินกับชื่อนี้หรือสถานที่แห่งนี้อย่างแน่นอน แต่ก็ไม่ได้มีแค่คนเชื้อสายจีนเท่านั้นนะคะ เพราะว่าความศักดิ์สิทธิ์ของที่นี่ทำให้ไม่ว่าจะเป็นคนประเทศไหน เชื้อสายอะไรต่างก็พากันเดินทางมากราบไหว้บูชา ขอพร ขอโชคลาภกันทั้งนั้น โดยเฉพาะเรื่องการงานที่ต้องบอกเลยว่าเด็ดสุด! เท่านั้นยังไม่พอ ใครที่เกิดปีขาลหรือปีเสือสามารถมาไหว้เพื่อเสริมดวงบารมีได้ ส่วนคนที่เกิดปีวอกก็มาสะเดาะเคราะห์แก้ปีชงที่นี่ได้เช่นกันค่ะ

ซึ่งศาลเจ้าพ่อเสือก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 บริเวณถนนบำรุงเมือง แต่พอถึงรัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงโปรดให้ขยายถนนบำรุงเมือง ทำให้ศาลเจ้าพ่อเสือต้องย้ายมาตั้งอยู่บริเวณถนนตะนาวจนถึงปัจจุบันค่ะ

อุปกรณ์ในการไหว้: ธูป 18 ดอก ปัก 6 กระถาง, เทียนสีแดง 2 เล่ม, และพวงมาลัย 1 พวง หรือถวายเงินเพื่อเติมน้ำมันตะเกียงก็ได้เช่นกัน
ที่ตั้ง : บริเวณใกล้กับเสาชิงช้า เลขที่ 468 ถนนตะนาว เขตพระนคร จ.กรุงเทพ
เวลาทำการ: ทุกวันเวลา 6.00 น.-17.00 น.

 

ศาลท้าวมหาพรหมเอราวัณ

ท้าวมหาพรหมเอราวัญ บริเวณสี่แยกราชประสงค์

 

ผ่านไปแล้วสองศาล อีกหนึ่งศาลที่มีคนกราบไหว้บูชาเยอะมาก ๆ ไม่แพ้กันเลยก็คือ ศาลท้าวมหาพรหมเอราวัณซึ่งตั้งอยู่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ค่ะ ด้วยชื่อเสียงและความศักดิ์สิทธิ์ของที่นี่ ทำให้มีทั้งคนไทยและคนต่างชาติแวะเวียนกันมาไหว้เยอะมาก ตั้งแต่เช้าจรดค่ำนี่แทบไม่มีช่วงไหนที่คนบางตาเลย เพราะไม่ว่าใครจะมาไหว้ขอพรเรื่องเรียน เรื่องความรัก เรื่องโชคลาภ หรือว่าเรื่องการงานต่างก็สมหวังกันทั้งนั้น ยืนยันได้จากของแก้บนและเสียงเพลงที่เปิดให้นางรำได้รำแก้บนกันทั้งวันค่ะ

โดยศาลแห่งนี้ตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2494 ซึ่งตอนแรกตั้งศาลไว้ในโรงแรมเอราวัณ แต่ต่อมาก็ได้มีการอัญเชิญพระพรหมไปประดิษฐานที่หน้าโรงแรมเอราวัณในปีพ.ศ. 2499 และตอนนี้ศาลท้าวมหาพรหมเอราวัณก็อยู่ในความดูแลของ “มูลนิธิทุนท่านท้าวมหาพรหม” ค่ะ

อุปกรณ์ในการไหว้: ธูป 12 ดอก, เทียน 1 เล่ม, และพวงมาลัยดาวเรือง 4 พวง โดยต้องไหว้ให้ครบทั้ง 4 หน้า
ที่ตั้ง: หน้าโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน จ.กรุงเทพ
เวลาทำการ: ทุกวันเวลา 6.00 น.-23.00 น.

 

พระพิฆเนศ

พระพิฆเนศ เทพเจ้าแห่งปัญหาและความสำเร็จ

 

อีกหนึ่งเทพเจ้าทางฝั่งอินเดียที่คนไทยรู้จักเป็นอย่างดี และให้ความเคารพบูชาก็คือ พระพิฆเนศค่ะ เพราะท่านเป็นเทพเจ้าแห่งปัญญาและความสำเร็จ ทำให้คนที่ขอพรส่วนใหญ่มักจะขอในเรื่องของการเรียน การงาน และการค้าขาย หรือจะไหว้ขอพรเรื่องครอบครัวก็ศักดิ์สิทธิ์และได้สมตามใจหวังเหมือนกันค่ะ ใครที่กำลังหาที่พึ่งทางใจอยู่ไม่ควรพลาดเลย ที่ดีไปกว่านั้นคือที่ตั้งของพระพิฆเนศในบ้านเรามีถึง 10 แห่งด้วยกัน เรียกได้ว่าใครสะดวกไปที่ไหนก็เลือกที่นั่นได้เลย ไม่ต้องห่วงว่าจะต้องเสียเวลาไปกับการเดินทางค่ะ

อุปกรณ์ในการไหว้: ธูป 5 ดอก, เทียน 1 เล่ม, พวงมาลัยดอกไม้, ผลไม้, ขนมหวาน, นม หรือน้ำหวาน โดยมีข้อห้ามสำคัญคือ ห้ามถวายเนื้อสัตว์และของคาวอย่างเด็ดขาด
ที่ตั้ง: มี 10 แห่งด้วยกัน ได้แก่ วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก), บริเวณหน้า Central World, The Walk Kaset Nawamin, วัดบวรสถานสุทธาวาส,วัดเทพมณเฑียร , เทวสถานโบสถ์พราหมณ์, อุทยานพระพิฆเนศ จ.นครนายก, วัดสมานรัตนาราม จ.ฉะเชิงเทรา, มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี, และศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรปราการ (พระประแดง) จังหวัดสมุทรปราการ
เวลาทำการ: ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่

 

ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

สมเด็จพระเจ้าตากสิน บริเวณวงเวียนใหญ่

 

และแล้วก็มาถึงสถานที่พึ่งทางใจแห่งสุดท้ายของคนไทย นั่นก็คือลานลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่วงเวียนใหญ่ค่ะ ที่นี่ขึ้นชื่อมาก ๆ เรื่องการขอพรทั้งเรื่องการค้าขาย การเรียน การงาน รวมไปถึงเรื่องหนี้สินจากการค้าขายด้วย ทำให้มีคนแวะเวียนกันมาไหว้อย่างไม่ขาดสายในทุกวันค่ะ

โดยอนุสาวรีย์ของสมเด็จพระเจ้าตากสินที่วงเวียนใหญ่ ถูกเสนอให้สร้างตั้งแต่ช่วงปีพ.ศ. 2477 โดยนายทองอยู่ พุฒพัฒน์ แต่กว่าจะดำเนินการก็ใช้เวลาหลายปีเลยล่ะค่ะ เพราะว่าตอนนั้นมีปัญหาสงครามโลกครั้งที่ 2 และปัญหาการเมืองทำให้หยุดชะงักการสร้างมาตลอด จนเมื่อปีพ.ศ. 2491 นายทองอยู่ พุฒพัฒน์ และนายเพทาย โชตินุชิต ก็ได้ทำการรื้อฟื้นโครงการขึ้นใหม่ และสร้างเสร็จในปีพ.ศ. 2497 ค่ะ

อุปกรณ์ในการไหว้: ธูป 16 ดอก (ในกรณีที่ไหว้เพื่อขอพรให้ใช้ธูป 9 ดอก), พวงมาลัยดาวเรือง หรือพวงมาลัยมะลิดาวเรือง, ไข่ต้มหรือเครื่องของแห้งต่าง ๆ, ผลไม้ไทยและจีน, เครื่องเซ่นไหว้แบบจีน เช่น เป็ด ไก่ และหัวหมู เป็นต้น, น้ำทุกประเภท เช่น น้ำเปล่า, น้ำผลไม้และน้ำหวาน ยกเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือจุดประทัดถวาย
ที่ตั้ง: บริเวณวงเวียนใหญ่ เขตธนบุรี จ.กรุงเทพฯ
เวลาทำการ: 24 ชม.

เป็นยังไงกันบ้างคะกับ 5 สถานที่ที่หรีด ณ วัด ต้องบอกเลยว่าสุดปัง! สายมูไม่ควรพลาดเลยจริง ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การขอพรเพียงอย่างเดียวก็ใช่ว่าจะทำให้เราประสบความสำเร็จ ทั้งนี้เราก็ต้องช่วยเหลือตัวเองอย่างเต็มที่ด้วย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายถึงจะช่วยเหลือและผลักดันเราได้ค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

seventeen + fifteen =