พระพุทธรูปสีทองหลายองค์ตั้งเรียงอยู่ข้างกัน

กว่าจะมาเป็นวัดธาตุทองที่ทุกคนรู้จักกันอย่างทุกวันนี้ วัดแห่งนี้ผ่านเรื่องราวการผลัดเปลี่ยนอะไรมาหลายอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นวัดที่มีประวัติความเป็นมาไม่ใช่น้อยเลยล่ะค่ะ และจากที่อ่านมา หรีด ณ วัดก็คิดว่าน่าสนใจมากทีเดียว บางข้อมูลก็ไม่ค่อยได้เห็นสักเท่าไหร่ ดังนั้นเราเลยรวบรวมมาไว้ในบทความเดียว ให้ทุกคนได้อ่าน ได้รู้กันแบบเจาะลึกไปเลยค่ะ

หน้าวัดธาตุทอง พระอารามหลวง

ปี พ.ศ.2481วัดธาตุทองได้ถูกตั้งขึ้น วัดแห่งนี้เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ โดยได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2483 แต่ก่อนจะมาเป็นวัดธาตุทอง ชื่อที่ทุกคนเรียกกันอยู่ทุกวันนี้ ความจริงแล้ว วัดแห่งนี้มีประวัติมายาวนานตั้งแต่สมัยสุโขทัยกันเลยทีเดียว เพราะเป็นพื้นที่ตั้งของ 2 วัด คือวัดหน้าพระธาตุ และวัดทองล่างนั่นเอง

เดิมทีวัดหน้าพระธาตุนั้นสร้างขึ้นในสมัยอโยธยา ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยที่มาของชื่อวัดมาจากการที่บริเวณกลางวัดมีพระพุทธเจดีย์องค์ใหญ่ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุอยู่ ส่วนวัดทองล่างนั้นเดิมทีเป็นสวนผลไม้ที่มีต้นโพธิ์ขนาดใหญ่อยู่กลางสวน เจ้าของเห็นว่าต้นโพธิ์นั้นเป็นต้นไม้ในวัด ไม่สมควรปลูกไว้ในบ้าน แต่ถ้าจะให้โค่นทิ้งก็กลัวว่าจะเป็นอันตรายต่อตัวเองและคนในครอบครัว จึงลงความเห็นกันว่าจะบริจาคพื้นที่ตรงส่วนนั้นสร้างเป็นวัดขนาดเล็ก และตั้งชื่อว่าวัดโพธิ์สุวรรณาราม หรือวัดโพธิ์ทอง ซึ่งต่อมาชาวบ้านแถวนั้นก็เรียกติดปากกันว่าวัดทอง แต่เพราะตามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามีวัดทองอยู่หลายวัด ทั้งด้านบนและด้านล่างของแม่น้ำ ชาวบ้านจึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วัดทองล่าง

บาตรพระจำนวนมากวางเรียงกันอยู่ภายในวัด

ในปีพ.ศ. 2480 รัฐบาลในสมัยนั้นได้มีการขอเวนคืนพื้นที่วัดหน้าพระธาตุและวัดทองล่าง เพราะต้องการสร้างท่าเรือกรุงเทพฯ โดยรัฐบาลได้ชดเชยเงินให้ทั้ง 2 วัด เพื่อไปรวมกับวัดอื่นหรือสร้างวัดใหม่ขึ้นมา ทำให้คณะสงฆ์มีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้น และมีความเห็นพ้องต้องกันในการซื้อที่ดินปัจจุบัน และย้ายเสนาสนะถาวรวัตถุของทั้ง 2 วัดมาปลูกสร้างรวมกันที่ ต.คลองบ้านกล้วย โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหารเป็นองค์อุปถัมภ์ และตั้งชื่อว่า “วัดธาตุทอง” ที่มาจากชื่อของทั้ง 2 วัดรวมเข้าด้วยกัน เมื่อปี พ.ศ. 2481

ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงพระกรุณารับวัดธาตุทองไว้ในพระอุปถัมภ์ และประทานตราสัญลักษณ์ใหม่ให้แก่วัด จากนั้นในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ยกให้วัดธาตุทองเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ มาจนถึงปัจจุบัน

พระอุโบสถวัดธาตุทอง พระอารามหลวง

ปูชนียสถานและถาวรวัตถุสำคัญภายในวัด

• พระสัพพัญญู พระประธานประจำอุโบสถ ปางมารวิชัย สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2495
• พระพุทธชินินทร พระประจำอุโบสถ สมัยอู่ทอง
• พระพุทธมนต์ปรีชา สุโขทัย พระประธานหอประชุม ปัจจุบันประดิษฐานภายในอุโบสถ
• พระพุทธชินราชจำลอง ประจำวิหารลิมปาภรณ์
• หลวงพ่อพระพุทธอภิบาลปวงชน สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2525
• พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุอินทร์แขวนจำลอง
• พระเจดีย์ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ย้ายมาจากวัดหน้าพระธาตุ

และในปี พ.ศ. 2553 วัดธาตุทองได้มีการสร้าง “พระมหาเจดีย์ 84 พรรษา ราชนครินทร์” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธรูปจากทั่วโลก อีกทั้งยังได้รับมอบพระบรมสารีริกธาตุจากหลวงพ่อไจทีเซา เจ้าอาวาสวัดไจทีเซา จากประเทศพม่า มาประดิษฐานที่พระมหาเจดีย์ 84 พรรษา ราชนครินทร์ด้วย

บริเวณภายในวัดธาตุทอง

การเดินทางไปวัดธาตุทอง

ใครที่อยากไปวัดธาตุทองไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทาง เพราะวัดอยู่ติดกับ BTS เลย แค่นั่ง BTS มาลงที่สถานีเอกมัย ทางออก 3 ก็จะเห็นวัดอยู่ทางซ้ายมือ หรือจะขับรถมาเองก็สะดวกสุด ๆ เนื่องจากวัดมีที่จอดรถกว้างขวาง เพียงพอต่อผู้มาทำบุญและจัดงานพิธีต่าง ๆ อย่างแน่นอน

ขอบคุณภาพจาก: เพจ วัดธาตุทอง พระอารามหลวง
ขอบคุณข้อมูลจาก: https://sites.google.com/site/allthaitemple/

ทัวร์วัดไทย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

seven − 4 =