ภาพถ่ายจั่วหลังคาโบสถ์วัดหัวลำโพง

ถ้าพูดถึงวัดชื่อดังในกรุงเทพฯ ที่คนนิยมไปทำบุญ เสริมชะตาให้ชีวิตราบรื่น ชื่อที่ทุกคนนึกถึงมาเป็นอันดับต้น ๆ ต้องมีชื่อวัดหัวลำโพงอยู่แน่นอน เพราะเป็นวัดที่เดินทางง่าย ตั้งอยู่ใจกลางกรุง แถมยังมีให้ทำบุญกันแบบครบวงจร ไม่ว่าจะทำบุญไหว้พระ ถวายสังฆทาน หรือเดินออกมาหน่อยก็มีให้ทำบุญโลงศพ และกราบไหว้เทพยดาฟ้าดิน (ทีกง), โป๊ยเซียน เจ้าแม่กวนอิม, ชาแปะกง, ปู่โสม พ่อปู่เปี่ยม, และเจ้าพ่อเสือ เพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิตด้วย

ท่ามกลางความเคารพ และความศรัทธาที่หลายคนมีให้วัดแห่งนี้ อาจจะมีทั้งคนที่รู้และยังไม่รู้ถึงที่มาที่ไป รวมถึงตำนานที่เล่าขานกันต่อ ๆ มาของวัดหัวลำโพง ซึ่งน่าสนใจไม่แพ้กัน และนี่ก็คือเรื่องราวที่หรีด ณ วัด รวบรวมมาให้ทุกคนได้อ่านกันค่ะ

 

จุดเริ่มต้นของวัดหัวลำโพง

ภาพบรรยากาศวัดหัวลำโพงในปีพ.ศ. 2494  ภาพจั่วหลังคาวัดหัวลำโพงสมัยพ.ศ. 2494

วัดหัวลำโพง หรือชื่อเก่าคือวัดวัวลำพอง แต่เดิมเป็นวัดราษฎร์ (วัดที่ประชาชนเป็นผู้สร้าง หรือปฏิสังขรณ์) ที่ไม่มีหลักฐานทางประวัติแน่ชัดว่าใครเป็นผู้สร้าง แต่คาดกันว่าน่าจะถูกสร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยคาดเดามาจากรูปร่างของโบสถ์เก่าและเจดีย์ดั้งเดิมของวัดที่ใช้ศิลปะในช่วงยุคสมัยนั้น และมีความเชื่อว่าชาวบ้านที่สร้างวัดแห่งนี้ขึ้นคือ กลุ่มชาวบ้านที่อพยพมาตั้งรกรากในบริเวณนี้หลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ในช่วงปี พ.ศ. 2310 และเมื่อชุมชนเติบโต ขยายใหญ่มากขึ้น ชาวบ้านจึงร่วมกันสร้างวัดโดยตั้งชื่อให้พ้องกับชื่อหมู่บ้าน โดยให้ชื่อว่าวัดวัวลำพองนั่นเอง

จากนั้นในปีพ.ศ. 2433 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จฯ มาเปิดทางรถไฟหัวลำโพง รถไฟสายแรกของประเทศไทย และเสด็จพระราชดำเนินทอดผ้าพระกฐินที่วัดวัวลำพอง ก่อนจะโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อวัดให้ใหม่ว่า วัดหัวลำโพง ซึ่งคล้องจองกับชื่อสถานีหัวลำโพงที่อยู่ห่างออกไป 2 กิโลเมตร โดยได้ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานแต่งตั้งสมณศักดิ์เจ้าอาวาส พระอาจารย์สิงห์ ให้เป็นพระครูสัญญาบัตรในขณะนั้น

ภาพพระประธานภายในพระอุโบสถ วัดหัวลำโพง

ปัจจุบันวัดหัวลำโพงกลายเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ และเป็นสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์คนในพื้นที่ และคนนอกพื้นที่มาทำพิธี ไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคลกันอย่างไม่ขาดสาย รวมถึงมีจุดที่เปิดให้บริจาค ไถ่ชีวิตโค-กระบือ และช่วยเหลือมูลนิธิต่าง ๆ ด้วย

 

ตำนานเล่าขานถึงโลงคู่ และความรักที่ไม่สมหวัง

ภาพเทียนที่ถูกจุดอยู่ในแก้วจำนวนมาก

บางวัดดังมาคู่กับตำนานที่ผู้คนเล่าขานกันปากต่อปาก บ้างก็เป็นเรื่องเศร้า บ้างก็เป็นเรื่องน่ากลัว แต่สำหรับเรื่องนี้ต้องบอกว่าเป็นโศกนาฏกรรมความรักของคนสองคนที่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ลืมเลือนไปจากความทรงจำของใครหลายคน

ย้อนกลับไปในปีพ.ศ. 2510 คงไม่มีใครที่ไม่เคยได้ยินเรื่องราวความรักของ ‘ปราโนต-สมชาย’ ในสมัยนั้น ปราโนต วิเศษแพทย์ เป็นสาวประเภทสองที่ใคร ๆ ต่างก็ยกให้เป็นคนที่สวยที่สุด สวยยิ่งกว่าผู้หญิงบางคน และไม่มีใครเทียบได้ ไม่ว่าจะลงประกวดเวทีสาวประเภทสองที่ไหนก็จะชนะและได้รางวัลมาครอบครองทุกครั้งไป ปราโนตรู้จักกับ สมชาย แก้วจินดา หรือ ชีพ ซึ่งขณะนั้นมีอาชีพเป็นคนขับรถแท็กซี่ โดยทั้งคู่ได้พบและรักกันยาวนานหลายปี แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทั้งคู่ก็เริ่มทะเลาะกัน เนื่องจากความหวาดระแวง และความหึงหวง จนถึงขั้นที่ทั้งคู่พากันไปสาบานต่อกันที่วัดพระแก้วและศาลหลักเมืองว่า “ถ้าเราไม่ซื่อสัตย์ต่อกันก็ขอให้ตายด้วยกัน ถ้าสีดาตายก่อน ชีพจะต้องตายตามไป แต่ถ้าชีพตายก่อน สีดาก็จะต้องตายตามไป”

หลังจากวันนั้น ทั้งคู่ก็ยังคงทะเลาะกัน และเพราะปราโนตเห็นว่ามีผู้หญิงเข้ามาพัวพันกับชีพ เธอจึงรู้สึกเสียใจและพยายามปลิดชีพตัวเองอยู่หลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จ จนกระทั่งวันที่ 2 พฤษภาคม ความพยายามครั้งสุดท้ายของเธอก็สำเร็จในที่สุด และเมื่อชีพทราบข่าวว่าปราโนตได้จากไปแล้ว เขาก็ร้องไห้ด้วยความเศร้าเสียใจและพูดซ้ำ ๆ ประโยคเดิมว่า “ผมจะตามพี่ไป พี่รอผมด้วย” โดยในช่วงงานศพของปราโนต ชีพได้บวชอุทิศส่วนกุศลให้เธอ และเมื่อสวดศพครบ 3 คืนแล้วเขาก็ตัดสินใจสึก จากนั้นได้นำสมบัติที่ร่วมกันซื้อกับปราโนตไปจำนำ และนำเงินไปให้คนในบ้านพร้อมเขียนจดหมายสั่งเสียไว้ ก่อนจะปลิดชีพตัวเองตามไปในวันที่ 15 พฤษภาคม ในปีเดียวกันนั้นเอง

และวัดหัวลำโพงก็เป็นสถานที่สุดท้ายที่พวกเขาได้อยู่เคียงข้างกัน โดยโลงศพของทั้งคู่ถูกตั้งไว้เคียงคู่กันเพื่อรอการฌาปนกิจ สร้างความเสียใจให้กับผู้พบเห็นไม่ใช่น้อย และเรื่องราวของพวกเขาก็ถูกเล่าต่อ ๆ กันมาจนถึงปัจจุบันถึงเรื่องราวของความรักแสนเศร้าที่จบลง โดยที่ไม่มีใครได้บอกลากันก่อนจากโลกนี้ไป

ภาพเทียนรูปดอกบัวที่ลอยอยู่ในอ่างน้ำภายในวัดหัวลำโพง

และนี่ก็คือประวัติและตำนานของวัดหัวลำโพงที่ถูกส่งต่อกันมารุ่นต่อรุ่น อ่านแล้วรับรู้ได้ถึงความเป็นที่เคารพนับถือและความศักดิ์สิทธิ์ของวัดแห่งนี้เลย ใครที่มองหาสถานที่ทำบุญ ทำให้จิตใจผ่อนคลายและเดินทางง่ายก็แนะนำให้มาที่นี่เลยค่ะ ส่วนใครที่มองหาร้านพวงหรีดสำหรับจัดส่งมาที่วัดแห่งนี้ก็ต้องหรีด ณ วัดเลย เรามีพวงหรีดคุณภาพพร้อมให้บริการ ส่งตรงถึงศาลาอยู่นะคะ

ขอบคุณข้อมูลจาก:
109wat.com/
www.posttoday.com/life/travel/557528
www.sanook.com/horoscope/107509/

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

3 × three =